ลักษณะธุรกิจ

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมภายใต้การจัดการของบริษัทฯ โดยโครงสร้างการผลิตประกอบด้วย โรงงานปิโตรเลียมและโรงงานปิโตรเคมี พร้อมระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจทั้งท่าเรือน้ำลึก คลังน้ำมัน และโรงไฟฟ้า

สรุปภาพรวมการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ เป็น 3 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจปิโตรเลียม ธุรกิจปิโตรเคมี และธุรกิจสนับสนุนอื่น ๆ

ธุรกิจปิโตรเลียม

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจกลั่นน้ำมัน โดยโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวม 215,000 บาร์เรลต่อวัน จัดอยู่ในอันดับ 3 ของกำลังการกลั่นน้ำมันในประเทศ สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้หลากหลายชนิด ประกอบด้วย ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) แนฟทาน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเตา นอกจากนี้ บริษัทฯ มีโรงงานผลิตน้ำมันหล่อลื่น พื้นฐาน (Lube Base Oil Group I) กำลังการผลิต 320,000 ตันต่อปี และยางมะตอยขนาดกำลังการผลิต 600,000 ตันต่อปี ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงสุดภายในประเทศนอกจากนั้น บริษัทฯ ยังเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบในการผลิตยางล้อรถ และยางสังเคราะห์ (Rubber Process Oil) ที่เป็นที่ยอมรับ และรับรองด้านคุณภาพในระดับสากลภายใต้แบรนด์ Terramaxx อีกด้วย

ส่วนขยายกำลังการผลิตปิโตรเลียม

จากโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สะอาด UHV(Upstream for Hygiene and Value Added Products) จนแล้วเสร็จมาเป็น RDCC Plant (Residual Deep Catalytic Cracking Plant) ทำให้โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 215,000 บาร์เรลต่อวัน และปริมาณน้ำมันเตาที่ผลิตได้ลดลงจาก ร้อยละ 23 เหลือเพียงเพียงร้อยละ 8 ซึ่งจะได้ผลิตภัณฑ์หลักคือ โพรพิลีน และแนฟทา โดยโพรพิลีนที่ผลิตได้มีกำลังการผลิต 320,000 ตันต่อปี จากเดิมที่บริษัทมีกำลังผลิตอยู่แล้วกว่า 412,000 ตันต่อปี ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำลังผลิตโพรพิลีนโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 732,000 ตันต่อปี (ผลิตภัณฑ์โพรพิลีนจะถูกใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโครงการขยายกำลังการผลิตโพลีโพรพิลีนจำนวน 160,000 ตันต่อปี และโครงการผลิต PP Compound ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Added) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์และยานยนต์ จำนวน 140,000 ตันต่อปี)

บริษัทฯ มีการลงทุนในโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันหนักจากหอกลั่น (UHV) ซึ่งมีกำลังการผลิต Propylene 320,000 ตันต่อปี และได้มีโครงการ Maximum Gasoline เพิ่มกำลังการผลิต Naphtha จาก 370,000 ตันต่อปี เป็น 462,858 ตันต่อปี ให้กับตลาดผลิตภัณฑ์ Gasoline ภายในประเทศ

โครงการ Maximum Gasoline ใช้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตจากบริษัท AXENS ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้ออกแบบกระบวนการผลิตส่วนขยายและปรับปรุงอุปกรณ์หอกลั่นเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต Gasoline

จากการขยายกำลังการผลิต Gasoline ดังกล่าวทำให้ในปี 2562 บริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ Gasoline ในสัดส่วนที่มากขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 600 ล้านบาทต่อปี

ธุรกิจปิโตรเคมี

บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น ได้แก่ โอเลฟินส์ อะโรเมติกส์ โดยมีกำลังการ ผลิต 1,221,000 และ 367,000 ตันต่อปี ตามลำดับ ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย ประกอบด้วย เม็ดพลาสติกกลุ่มโพลิโอเลฟินส์ (HDPE, PP) ด้วยกำลังการผลิต 915,000 ตันต่อปี และ เม็ดพลาสติกกลุ่มสไตรีนิคส์ (ABS, SAN, PS, EPS) ด้วยกำลังการผลิตรวม 370,000 ตันต่อปี เพื่อจำหน่าย ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกสำเร็จรูปชนิดต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า POLIMAXX

นอกจากนี้ ธุรกิจปิโตรเคมียังมุ่งเน้นการก้าวไปข้างหน้า ปรับตัวให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในด้านของสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีการผลิตที่เปลี่ยนไป ด้วยการค้นคว้า วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ Paralene ผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมจากธรรมชาติ Recycled Compound Resin เม็ดพลาสติกผสมรีไซเคิล Acetylene Black for Li-on Battery (Pim-L, Pim-AL) เป็นต้น รวมถึงมีการริเริ่มโครงการ Eco Solution การบริหารจัดการทั้งห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมพลาสติก แบบClosed Loop) ซึ่งหมายถึง กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี มีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ขยะพลาสติกที่เกิดจากกระบวนการผลิตออกนอกระบบไปเป็นภาระแก่ชุมชนและสังคม

ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ

ธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภค

ธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภค เป็นการให้บริการระบบไฟฟ้า ไอน้ำ สาธารณูปโภคพื้นฐานและระบบสาธารณูปการต่าง ๆ รวมถึงการให้บริการระบบบำบัดน้ำเสียให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม และการบริการทางธุรกิจอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ บริษัทฯ ได้ทำการผลิต จำหน่าย และให้บริการระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคต่าง ๆ ดังนี้

ระบบไฟฟ้า (Electrical) 22 kV, 115 kV และระบบไอน้ำ (Steam)

ที่ความดัน 25 บาร์ และ 45 บาร์ บริษัทฯ มีโรงผลิตพลังไอน้ำและไฟฟ้าร่วม (Combine Heat and Power) ซึ่งใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน (Power Plant) กำลังการผลิตไฟฟ้า 307 MW. รวมถึงมีศูนย์สั่งการไฟฟ้าและไอน้ำ (Power Dispatching Center) เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้มีเสถียรภาพสูงสุด พร้อมระบบสายส่งแบบ Loop Line เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบการใช้ไฟฟ้าให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในกรณีที่มีการหยุดซ่อมบำรุง

ระบบน้ำ (Filtered Water น้ำอุตสาหกรรม, Demineralized Water น้ำปราศจากแร่ธาตุ, Cooling- Water น้ำหล่อเย็น, Raw Water น้ำดิบ, Fire Fighting Water น้ำดับเพลิง)

เพื่อการอุตสาหกรรม บริษัทฯ ได้รับโควต้าน้ำดิบจากกรมชลประทาน และมีโรงกรองน้ำ จำนวน 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่ อำเภอบ้านค่าย และ เขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมโดยตอบสนองความต้องการให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ระบบลม (Nitrogen, Instrument Air, Plant Air)

เพื่อการอุตสาหกรรม บริษัทฯ มีหน่วยผลิตเป็นของตัวเองรวมถึงการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมระบบลมโดยตรง

ระบบบำบัดน้ำเสีย (Waste Water Treatment)

เป็นระบบ Membrane Bioreactor Plus Activated Carbon Adsorption (MBR Plus AC) ซึ่งเป็นระบบบำบัดน้ำเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพที่มีประสิทธิภาพในการบำบัดสูง มีเสถียรภาพในการเดินระบบ โดยน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดจะมีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ธุรกิจท่าเรือและถังเก็บผลิตภัณฑ์

ธุรกิจท่าเรือ เป็นธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเพื่อขนถ่ายสินค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยมีท่าเทียบเรือ พร้อมให้บริการแก่บุคคลภายนอก ตามแต่ละภูมิภาค ดังต่อไปนี้

ท่าเทียบเรือน้ำลึกไออาร์พีซี ภาคตะวันออกที่อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

ประกอบไปด้วย

ท่าเรือคอนเทนเนอร์และสินค้าทั่วไป Bulk & Container Terminal (BCT)

ตัวท่ามีความยาว 900 เมตร และความกว้าง 44 เมตร ประกอบด้วยท่าเทียบเรือ 6 ท่า สามารถรับเรือลำเลียงได้ตั้งแต่ขนาด 800 ตัน จนถึงขนาด 150,000 ตัน ให้บริการขนถ่ายสินค้าทั่วไป เช่น เหล็ก กะลาปาล์ม ถ่านหิน แกรนิต ทราย ปุ๋ย และสินค้าโครงสร้าง เป็นต้น โดยปัจจุบันมีปริมาณสินค้าผ่านท่ากว่า 1 ล้านตันต่อปี และรองรับเรือสินค้ามากกว่า 250 ลำต่อปี

ท่าเรือปิโตรเคมีและปิโตรเลียมเหลว Liquid & Chemical Terminal (LCT)

ให้บริการท่าเทียบเรือเพื่อขนถ่ายสินค้าประเภทของเหลวและก๊าซ ด้วยอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตัวท่ามีความยาวประมาณ 1,623 เมตร ประกอบด้วยท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ 6 ท่า สามารถรับเรือได้ตั้งแต่ขนาด 1,000 - 250,000 ตัน โดยปัจจุบันมีปริมาณสินค้าผ่านท่า 15 ล้านตันต่อปี และรองรับเรือสินค้ามากกว่า 2,300 ลำต่อปี

ท่าเทียบเรือแม่น้ำเจ้าพระยา คลังน้ำมันพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

เป็นท่าเทียบเรือ Wharf No.13 สำหรับให้บริการขนถ่ายสินค้า ซึ่งสามารถรับเรือที่มีขนาดความยาวตลอดลำเรือสูงสุด 140 เมตร กินน้ำลึกสูงสุด 8.6 เมตร และมีระวางบรรทุกไม่เกิน 15,000 ตัน

ท่าเทียบเรือแม่น้ำป่าสัก คลังน้ำมันอยุธยา อำเภอท่าเรือ จังหวัดอยุธยา

ประกอบไปด้วย

ท่าเรือคอนเทนเนอร์และสินค้าทั่วไป Bulk & Container Terminal (BCT)

สามารถรับเรือที่มีขนาดความยาวตลอดลำเรือสูงสุด 140 เมตร กินน้ำลึกสูงสุด 6 เมตร และมีระวางบรรทุกไม่เกิน 500 ตัน

ท่าเรือขนถ่ายน้ำมัน หมายเลข 1A และ หมายเลข 1B

สามารถรับเรือที่มีขนาดความยาวตลอดลำเรือสูงสุด 49 เมตร กินน้ำลึกสูงสุด 6 เมตร และมีระวางบรรทุกไม่เกิน 1,000 ตัน

ท่าเทียบเรือน้ำลึกไออาร์พีซี ภาคใต้ที่หาดทรายรี ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

สามารถรับเรือที่มีขนาดความยาวตลอดลำเรือสูงสุด 85 เมตร กินน้ำลึกสูงสุด 5 เมตร และมีระวางบรรทุกไม่เกิน 2,000 ตัน

นอกจากการให้บริการท่าเทียบเรือแล้ว ท่าเรือไออาร์พีซียังมีรูปแบบบริการครบวงจร “Total Service Solutions” เพื่อช่วยดำเนินการด้านโลจิสติกส์การนำเข้าและส่งออกสินค้าให้กับลูกค้า โดยมีบริการสินค้าผ่านท่า (Wharf Service) พิธีการศุลกากรน้ำเข้า/ส่งออก (Custom Clearance) บริการแรงงานขนถ่ายสินค้า (Stevedore) และรถขนส่งสินค้า (Transportation) พร้อมด้วยบริการอื่นๆ เพื่อรองรับแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ อาทิ เรือลากจูง เจ้าหน้าที่นำร่อง เรือบริการ การรับเชือก บริการน้ำจืด บริการน้ำมันเรือ (Bunker) แผนที่ความลึกร่องน้ำ เครน ฮอปเปอร์ บริการชั่งน้ำหนัก ลานวางกองสินค้า และสถานีจัดเก็บสินค้า (Warehouse)

ธุรกิจถังเก็บผลิตภัณฑ์

ธุรกิจถังเก็บผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ ให้บริการถังเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีเหลว ประกอบไปด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์และมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล โดยมีถังเก็บผลิตภัณฑ์จำนวน 299 ถัง สามารถรองรับการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ ได้ถึง 2.9 ล้านตัน เพื่อรองรับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันของบริษัทฯ และให้บริการแก่บุคคลภายนอก ตั้งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ คลังน้ำมันระยอง คลังน้ำมันพระประแดง คลังน้ำมันอยุธยา และคลังน้ำมันชุมพร โดยที่คลังน้ำมันแต่ละแห่ง มีท่าเทียบเรือเพื่อให้บริการขนถ่ายสินค้าซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานและการกระจายสินค้ามีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขนส่ง

ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สิน

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินซึ่งเป็นที่ดินที่มีศักยภาพตั้งอยู่ในจังหวัดระยองและจังหวัดอื่นๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 12,000 ไร่ รวมพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง (WHAIER) โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมและที่ดินที่มีศักยภาพสนับสนุนการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) รวมถึงโครงการตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐอื่นๆ โดยแยกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

โครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรม: เขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

ปัจจุบันเป็นโครงการที่เพียบพร้อมไปด้วยระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและระบบสาธารณูปการต่าง ๆ โดยมุ่งเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมระบบนิเวศและห่วงโซ่การผลิตวัสดุหรือผลิตภัณฑ์จากต้นน้ำที่ประกอบด้วยอุตสาหกรรมโรงกลั่นและปิโตรเคมีครบวงจร สู่ปิโตรเคมีขั้นปลายและอุตสาหกรรมขั้นปลายโดยตรง (Direct Downstream) อันเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมสมัยใหม่และรองรับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

โครงการนิคมอุตสาหกรรม: นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง (WHAIER) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHAID) โดยบริษัทฯ ถือหุ้น ร้อยละ 40 และ WHAID ถือหุ้น ร้อยละ 60 การผนึกกำลังทางธุรกิจเกิดขึ้นเพื่อการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้พร้อมรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ที่ดินอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ:

ที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาในพื้นที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 2,200 ไร่ มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรม และพัฒนาเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมรองรับการขยายตัวของโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและโรงไฟฟ้าของภาครัฐ รวมไปถึงพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดระยอง และพื้นที่ที่มีขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน

logo
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)