สารจากคณะกรรมการ

“ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาบริษัทฯ ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลที่ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม สร้างความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามกรอบการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง”

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร

ประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2562 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังที่มีความผันผวนอย่างมากของสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจอันเนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ ผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลกจากอุปสงค์ อุปทานที่ลดลงทำให้ตลาดน้ำมันโลกมีความผันผวนซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี อีกทั้งปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบซึ่งทำให้ส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ปรับลดลงไปมาก รวมถึงกำลังการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในภูมิภาคเอเชียปซิฟิกเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคา

จากสภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ ราคาผลิตภัณฑ์ และสถานการณ์ตึงเครียดต่างๆ ทั่วโลก ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯ ในปี 2562 ได้รับผลกระทบเช่นกัน ในปี 2562 บริษัทฯ มีกำไรก่อนหักค่าเสื่อมราคา ภาษี และดอกเบี้ย 5,940 ล้านบาท โดยมีขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 1,174 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 115 เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 7,735 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ปรับแผนและกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ อาทิ ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตโดยติดตั้ง Catalyst Cooler ที่หน่วยผลิต RDCC แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเลือกใช้ประเภทของน้ำมันดิบได้หลากหลายมากขึ้น การดำเนินการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเตากำมะถันต่ำที่ใช้สำหรับเรือเดินทะเลตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศกำหนด การนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยงทั้งในเรื่องของส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และการควยคุมค่าใช้จ่ายซึ่งบริษัทฯ ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติมาโดยตลอด

สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในอนาคตยังมีปัจจัยที่มีความท้าทายเพิ่มมากขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจากความยืดเยื้อของสงครามการค้า รวมถึงแนวโน้มการลดการใช้พลาสติกสำหรับใช้ครั้งเดียว และการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลรวมถึงข้อกำหนดต่างๆ ที่สืบเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้กำหนดทิศทางและแผนกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สร้างการเติบโตและยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดในประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของตลาดโลก การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงานผลิต การป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมัน รวมทั้งลดการพึ่งพาการใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพื่อบริหารความเสี่ยงแหล่งวัตถุดิบการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยการวิจัยและนวัตกรรม มีการพัฒนาร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ รวมถึงการหาพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ โครงการขยายกำลังการผลิตผงพลาสติก ABS เพื่อให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 6,000 ตันต่อปี โดยคาดว่าจะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563 การร่วมทุนกับบริษัท เจแปน โพลิโพรพิลีน คอร์ปอเรชัน จำกัด

“คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดทิศทางและแผนกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สร้างการเติบโตและยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดในประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของตลาดโลก”

นายนพดล ปิ่นสุภา

กรรมการผู้จัดการใหญ่

เพื่อขยายตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกชนิดพิเศษ พีพีคอมพาว์ (Polypropylene Compound: PP Compound) เพื่อรองรับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วไปรวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าการทำธุรกิจเม็ดพลาสติกผ่าน E-Commerce Platform ภายใต้ชื่อ PLASTKET.COM เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุนลอยน้ำขนาด 12.5 เมกกะวัตต์ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ ในปี 2563 และการเพิ่มช่องทางการขนส่งน้ำมันทางท่อโดยร่วมมือกับ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินอล จำกัด และบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เป็นต้น จึงได้มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกระดับในองค์กรได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ มีโอกาสเจริญก้าวหน้าทางสายอาชีพอย่างเท่าเทียมกัน มีการเตรียมความพร้อมในการสืบทอดตำแหน่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจในอนาคตได้

ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา บริษัทฯ ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลที่ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม สร้างความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามกรอบการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้รับการยอมรับจากทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สะท้อนได้จากรางวัลต่างๆ อาทิ รางวัลเกียรติยศบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืน (Sustainability Award of Honor) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รางวัลองค์กรโปร่งใส (NACC Integrity Awards) จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. รางวัลชนะเลิศองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทองค์กรธุรกิจเอกชน (Human Rights Awards) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม และรางวัลประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่นหอการค้าไทย เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงได้รับรองการเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability ในหมวด Oil & Gas Refining and Marketing ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ที่นำความภาคภูมิใจมาสู่ทุกคนในองค์กร

คณะกรรมการบริษัทฯ ตระหนักดีว่าเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหลายของบริษัทฯ นั้น สามารถบรรลุผลได้ด้วยความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกผ่ายโดยเฉพาะคณะผู้บริหารและกลุ่มพนักงานของบริษัทฯ ที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ และพร้อมจะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ดีกว่าเสมอในนามของคณะกรรมการบริษัทฯใคร่ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานและกิจการของไออาร์พีซีด้วยดีมาตลอด บริษัทฯ จะยึดมั่นในวิสัยทัศน์ พันธกิจ และมุ่งมั่นบริหารงานด้วยจริยธรรมตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมทั้งสร้างคุณค่าทั้งทางธุรกิจและคุณค่าแก่สังคมให้เติบโตก้าวหน้าร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป

logo
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)